ทำอย่างไรเมื่อคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า

ขนาดตัวอักษร

-A A +A
รูปภาพของ santhiphong
หมวดบทความ: 

โรคซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่ดูเหมือนจะใกล้ตัวเราเข้ามาทุกทีปัญหาการฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้ามีมากขึ้นทุกๆวันดังที่เราได้เห็นจากข่าวตามสื่อต่างๆ จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตพบว่า กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยตัวเลข ปี 2561 มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 1.5 ล้านคน โดยทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ย 1 คน สัดส่วนผู้ชายฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิง  โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย โดยทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 300 ล้านคน วันนี้เราจะทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้าให้มากขึ้นและทำอย่างไรเมื่อคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า คืออะไร ?
โรคซึมเศร้า คือ โรคชนิดหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองที่มีผลกระทบต่อความนึกคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรมและสุขภาพกาย แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าโรคซึมเศร้า เป็นผลมาจากความผิดปกติของจิตใจ สามารถแก้ไขให้หายได้ด้วยตนเอง ในความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของ         สารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยคือ การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม, ทางสภาพจิตใจ, ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย
• โรคซึมเศร้าเกิดจากความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์
• สภาพทางจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดู ก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่งต่อการเกิดโรคซึมเศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเองและโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่ายเมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น
• การเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย เช่น หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซึมเศร้า
1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะมีอาการซึมเศร้า หดหู่ อารมณ์อ่อนไหว บ่อน้ำตาตื้น เสียใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ   บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วสบายใจแต่วันนี้กลับไม่สบายใจ
2.ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของ
3. สมาธิความจำแย่ลง ทำอะไรก็ไม่มีสมาธิจิตใจว้าวุ่น กระวนกระวายใจ
4.มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง
5.ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป
6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง
7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว
8. สูญเสียความรู้สึกทางเพศทั้งๆที่ไม่มีปัญหามาก่อน
9. หงุดหงิดโมโหง่าย ขี้รำคาญ ทำอะไรช้าลง
10. คิดถึงแต่เรื่องตาย มีความต้องการทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา
***สามารถลองทำแบบประเมินได้ที่เว็บไซต์นี้*** 
http://www.prdmh.com/แบบประเมินโรคซึมเศร้า-9-คำถาม-9q.html

วิธีช่วยเหลือเมื่อคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า
1. พยามยามเข้าใจความรู้สึกของคนผู้ป่วย โดยไม่ควรแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าวัดฟังธรรมนั่งสมาธิในตอนนี้ เนื่องจากโรคซึมเศร้านั้นเกิดจากความผิดปกติของสมดุลในสมองดังนั้นการเข้าวัดฟังธรรมจึงไม่ใช้วิธีการที่ถูกต้องในตอนนี้
2. รับฟังอย่างตั้งใจและจริงใจ บางครั้งผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็ต้องการคนรับฟัง มากกว่าที่จะให้เราแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุดคือรับฟังอย่างตั้งใจ
3. อย่าแสดงความสงสารหรือเห็นใจผู้ป่วย ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะคิดว่าตนเองเป็นคนไร้ค่ามากอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาคุณแสดงความสงสารหรือเห็นใจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไร้ค่ามากไปอีก คุณก็แค่ทำตัวตามปกติเหมือนตอนที่เค้าไม่ได้ป่วย
4. ไม่เร่งรัดหรือกดดันในการรักษา  โรคซึมเศร้านั้นไม่สามารถรักษาให้หายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนโรคอื่นๆการรักษาอาจนานเป็นเดือนหรือหลายเดือนถ้ามีสิ่งมากระทบจิตใจก็จะเป็นขึ้นมาอีก
5. พาผู้ป่วยออกไปหากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียด เช่น ออกไปเที่ยว ฟังเพลง ดูหนัง

การป้องกันโรคซึมเศร้า
• อย่านำตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน
• อย่าตั้งเป้าหมายที่บรรลุได้ยาก หรือเข้าไปแบกความรับผิดชอบมากๆ
• รู้จักการแบ่งงานใหญ่ให้เป็นงานเล็ก เลือกงานที่สำคัญกว่าก่อน แล้วทำให้เต็มที่เท่าที่จะเป็นไปได้
• อย่าคาดหวังกับตนเองมากเกินไป เพราะนั่นคือ คุณกำลังสร้างความล้มเหลว
• ร่วมกิจกรรมที่คุณอาจเพลินใจ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ดูกีฬา เข้ากิจกรรมทางศาสนาหรือสังคม แต่อย่าหักโหมหรือหงุดหงิด ถ้ามันไม่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างทันใจ เพราะอาจใช้เวลาบ้าง
• อย่าด่วนตัดสินใจกับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต เช่น ลาออก เปลี่ยนงาน แต่งงาน หรือหย่า โดยไม่ปรึกษาคนอื่นที่รู้จักคุณดีและ มีมุมมองที่เป็นกลางต่อปัญหาพอ ไม่ว่าด้วยเหตุใด พยายามเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนจนกว่าอาการป่วยของคุณจะดีขึ้น
• อย่าหวังว่าจะหายจากอาการซึมเศร้าแบบ “ลัดนิ้วมือเดียว” เพราะเป็นไปได้ยาก จงพยายามช่วยตนเองให้มากที่สุด โดยไม่โทษตนเองว่า ที่ไม่หายเพราะตนเองไม่พยายามหรือไม่ดีพอ
• พึงระลึกว่า จะไม่ยอมรับความคิดในแง่ร้าย บอกตนเองว่ามันเป็นสวนหนึ่งของอาการของโรค และจะหายไปเมื่ออาการของโรคดีขึ้น

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นเรื่องที่ยาก หากคุณเข้าใจโรคซึมเศร้าและดูแลอย่างถูกต้อง ปัจจุบันโรคซึมเศร้าสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาบวกกับการรักษาทางด้านจิตใจ จงจำไว้ว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นคนที่อ่อนแอ การให้กำลังใจแบบไม่ถูกวิธีนอกจากไม่แก้ปัญหายังเป็นการเพิ่มความรู้สึกแย่ให้ผู้ป่วยอีกด้วย